ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกของเทคโนโลยีสารสนเทศได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ระบบคอมพิวเตอร์ไม่ได้อยู่เพียงในโลกดิจิทัลอีกต่อไป แต่ได้เชื่อมโยงเข้ากับโลกกายภาพโดยตรงผ่านอุปกรณ์จำนวนมหาศาล แนวคิดสำคัญที่อธิบายปรากฏการณ์นี้คือ Cyber-Physical Systems (CPS) และ Internet of Things (IoT) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Smart City, Smart Grid, Autonomous Vehicle, Smart Manufacturing และ Healthcare Systems
แนวคิด CPS/IoT มุ่งเน้นการเชื่อมต่อระหว่าง มนุษย์ (Human), อุปกรณ์หรือวัตถุทางกายภาพ (Things), และระบบคอมพิวเตอร์ (Computing Systems) เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และควบคุมระบบต่าง ๆ ในโลกจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Cyber-Physical Systems (CPS) คือระบบที่ผสานการทำงานระหว่าง
ระบบ CPS ทำงานโดยการเก็บข้อมูลจากโลกจริงผ่านอุปกรณ์ตรวจจับ (Sensors) จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อทำการประมวลผล วิเคราะห์ และตัดสินใจ ก่อนจะส่งคำสั่งกลับไปควบคุมอุปกรณ์ในโลกจริงผ่าน Actuators หรือระบบควบคุมอัตโนมัติ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง CPS คือการทำให้โลกจริงและโลกดิจิทัลสามารถ โต้ตอบกันแบบอัตโนมัติและแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบทางสังคมและอุตสาหกรรม เช่น ระบบควบคุมพลังงาน ระบบขนส่งอัจฉริยะ หรือระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม
Internet of Things (IoT) คือแนวคิดที่ทำให้อุปกรณ์หรือวัตถุต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็น
อุปกรณ์เหล่านี้สามารถส่งข้อมูลไปยังระบบเครือข่าย และรับคำสั่งกลับมาได้ ทำให้สามารถตรวจวัดสภาพแวดล้อม ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ และสร้างบริการใหม่ ๆ บนอินเทอร์เน็ตได้
ตัวอย่างเช่น
แม้ว่า CPS และ IoT จะถูกใช้แทนกันบ่อยครั้ง แต่ทั้งสองแนวคิดมีความแตกต่างกันเล็กน้อย
ดังนั้น IoT จึงมักถูกมองว่าเป็น โครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อ ในขณะที่ CPS เป็น ระบบอัจฉริยะที่ใช้ข้อมูลจาก IoT เพื่อควบคุมและตัดสินใจ
สถาปัตยกรรมของระบบ CPS/IoT ประกอบด้วยหลายชั้นการทำงาน ตั้งแต่การเก็บข้อมูลจนถึงการตัดสินใจของระบบอัจฉริยะ
ทำหน้าที่ตรวจจับข้อมูลจากโลกจริง เช่น อุณหภูมิ ความดัน การเคลื่อนไหว หรือพลังงาน
เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร เช่น
M2M (Machine-to-Machine) คือการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์โดยตรงผ่านเครือข่าย โดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ข้อมูลจากอุปกรณ์จะถูกประมวลผลใน
Edge Computing มีบทบาทสำคัญใน CPS/IoT เพราะช่วยลดความหน่วงของระบบ ทำให้สามารถควบคุมอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ได้ เช่นในระบบ Smart Grid หรือ Connected Vehicle
เป็นชั้นที่นำข้อมูลไปใช้สร้างบริการ เช่น
CPS/IoT สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น
เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม รวมทั้งสร้างบริการรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
CPS/IoT มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลก คล้ายกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอดีต
ตัวอย่างเช่น ระบบ PLC เคยทำให้กระบวนการผลิตในโรงงานอัตโนมัติมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างมหาศาล
ในลักษณะเดียวกัน CPS/IoT สามารถเพิ่มผลิตภาพในทุกอุตสาหกรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ได้อย่างมหาศาล
แม้ว่า CPS/IoT จะมีศักยภาพสูง แต่ก็มีความท้าทายสำคัญหลายประการ เช่น
เนื่องจากอุปกรณ์จำนวนมหาศาลเชื่อมต่อกับเครือข่าย ความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์จึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของ CPS/IoT เป็นหัวข้อวิจัยที่สำคัญในปัจจุบัน
Cyber-Physical Systems และ Internet of Things เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เชื่อมโยง โลกกายภาพเข้ากับโลกดิจิทัล ผ่านเครือข่าย เซ็นเซอร์ และระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ
แนวคิด CPS/IoT เป็นรากฐานของระบบอัจฉริยะสมัยใหม่ เช่น Smart City, Industry 4.0, Smart Grid และ Autonomous Systems ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต